ค้นบ้านนักค้ายารายใหญ่เมืองสุราษฎร์ฯ ได้ของกลางเพียบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลัง ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายชั่วโมง หลังจับลูกกระจ๊อกได้หลายราย ขณะที่ผู้ต้องสงสัยไหวตัวหลบหนีได้ทัน จึงรวบของกลางทั้งยาเสพติดและอุปกรณ์ได้เพียบ…

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 พ.ค. 55 พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผกก. ป., พ.ต.ท.สมคิด ใหม่คง สว.สส. พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่อีกกว่า 30 นาย ได้ร่วมกันระดมกำลังนำหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายเลขที่ 30 ม.7 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลังจากมีการสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายคาเชน รักพริ้ม อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 ม.7 ต.ท่าอุแท จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบุคคลเป้าหมายอยู่ในกลุ่มผู้ค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ จ.สุราษฎรธานี โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยหลายราย หลังจากนำตัวไปสอบสวนขยายผลให้การซัดทอดถึงนายคาเชน เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว

ระทึกตร.สุราษฎฯร์ล้อมจับผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดนานกว่า 6 ชม.

สุราษฎร์ธานี – ระทึกตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปิดล้อมบ้านพักจับกุมพ่อค้ายาเสพติดกว่า 6 ชั่วโมง สุดท้ายยอมเปิดประตูบ้านค้นพบ ยาบ้า ยาไอซ์ อุปกรณ์การเสพและการจำหน่ายเพียบ

วันนี้ (17 พ.ค.) พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำเจ้าหน้าที่ในสังกัดปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 30 หมู่ที่ 6 บ้านคลองนา ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นอดีตที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 หลังจากสายเจ้าหน้าที่ล่อซื้อยาเสพติดจากนายคเชน รักษ์พริ้ม อายุ 42 ปี ลูกชายนายเคล้า รักพริ้ม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ที่เสียชีวิตไปแล้ว

ตรวจตลาดสุราษฎร์พบส่วนใหญ่ปรับราคาร้อยละ5-1

วันนี้ (17 พ.ค.55) นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายอรุณ ไม้ทิพย์ หัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่สำนักงานชั่งตวงวัด ร่วมกับนายสาทร เหลืองปฏิพัทธ์ นายกสมาคมคุ้มครองผู้บริโภค สุราษฎร์ธานี ออกสำรวจราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ที่ตลาดสดเทศบาลเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี หลังจากมีชาวบ้านร้องเรียนเรื่องสินค้าราคาแพงบ่อยครั้ง ซึ่งพบว่าสินค้าหลายรายการมีการปรับขึ้นราคาอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉลี่ย 5-10 %โดยเฉพาะผักสด มีการปรับขึ้นราคาหลายชนิด อาทิ ต้นหอม ปรับขึ้น กิโลกรัมละ 20 บาท จาก 60 บาท เป็น 80 บาท/ กก., ผักชี ปรับขึ้น จาก 80 บาท เป็น 120 บาท/ กก. ผักกาดหอม ปรับขึ้น จาก 40 บาท เป็น 80 บาท/กก. หรือปรับขึ้นถึง 100 % , แตงกว่า ถุง 10 กก. ปรับขึ้นจาก 112 บาท เป็น 220 บาท/ถุง เป็นต้น 

ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานีเห็นต่าง ศธ.รับน้องเป็นของดีที่ไม่ควรยกเลิก

ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) กล่าวแสดงความคิดเห็นขัดแย้งกับ นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เกี่ยวกับการรับน้องใหม่ ว่า ตนเชื่อว่ากิจกรรมรับน้องเป็นประเพณีที่ดี เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของไทยที่ว่า ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ และต้องต้อนรับให้ดี ให้งดงาม ให้ประทับใจ

สืบภาค 8 รวบ 2 ผู้ต้องหาขนน้ำมันเถื่อนจากมาเลตระเวนส่งลูกค้าสุราษฎร์

- พ.ต.อ.สุริศักดิ์ วิชัยดิษฐ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 2 ศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ในฐานะหัวหน้าชุดปราบปรามน้ำมันเถื่อน นำกำลังจับกุม 2 ผู้ต้องหาลักลอบขนน้ำมันเถื่อน ทราบชื่อคือ น.ส.จำเนียน แนมน้อย อายุ 36 ปี กับนายพิเชษฐ์ คงช่วย อายุ 34 ปี พร้อมของกลางรถบรรทุก 6 ล้ออีซูสุ หมายเลขทะเบียน 71-0906 สงขลา ดัดแปลงเป็นรถห้องเย็น และมีถังลูกเต๋าบรรจุน้ำมันเบนซิน จำนวน 9 ถัง และถังสำหรับใส่กุ้งมีน้ำมันเต็มถัง ๆละประมาณ 200 ลิตร รวมน้ำมันเบนซินทั้งหมด 9,700 ลิตรมูลค่าประมาณ 5 แสนบาท

-ทั้งนี้สืบเนื่องจากช่วงนี้ราคาน้ำมันแพง มักจะมีการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนเข้ามาอยู่บ่อย ๆ ทางตำรวจจะได้สืบหาข้อมูลจนได้เบาะแสว่ารถคันดังกล่าวลักลอบขนน้ำมันเถื่อน จากมาเลเซียมาขายในหลายพื้นที่ จึงวางแผนจับกุมจนสามารถจับกุมได้ในพื้นที่ อ.ดอนสักดังกล่าว

สุราษฎร์ฯเฝ้าระวังพท.เสี่ยงดินถล่ม-น้ำป่า-แผ่นดินไหว24ชม.

ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุราษฎร์ธานี (สนง.ปภ.สฎ.) ระบุว่า การเฝ้าระวังน้ำท่วม ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งแผ่นดินไหวในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ให้เตรียมพร้อมตลอดเวลา อีกทั้งประสานกับอาสาสมัครกู้ภัยทุกพื้นที่เช่นเดียวกัน โดยได้สำรองอุปกรณ์สำหรับการช่วยเหลือไว้ตามหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้อง ถิ่นทุกแห่งแล้ว และยังจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจพร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ที่ทางจังหวัดอีกชุด หนึ่ง หากเกิดเหตุฉุกเฉินเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้

มรส.วาง4กรอบกิจกรรมรับน้อง

ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) กล่าวถึงกิจกรรมรับน้องใหม่ในปีการศึกษา 2555 ว่า ปีนี้ มรส.จะจัดรับน้องภายใต้สโลแกน ‘รับน้องด้วยใจและใจ’ กล่าวคือ เป็นการรับน้องที่ปลูกฝังให้รุ่นน้องทำในสิ่งที่ดี สิ่งที่งดงาม สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน ความห่วงหาอาทรระหว่างรุ่นพี่-รุ่นน้อง ไม่ทำให้ความเป็นมนุษย์ของรุ่นน้องหดหายไป และเป็นการรับน้องอย่างมนุษย์ที่มีการศึกษา มีวัฒนธรรม โดยอยู่ภายใต้กรอบ 4 ประการ ดังนี้ 1.ต้องสะท้อนถึงวัฒนธรรมไทย ในฐานะคนอยู่ก่อนให้การต้อนรับผู้มาใหม่ด้วยน้ำใจไมตรี ด้วยธรรมเนียมอันงดงามของไทย 2.ต้องสะท้อนซึ่งความรักและ เอื้ออาทรที่พี่พึงมีต่อน้อง 3.เคารพซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้องไม่กดขี่ข่มเหงความเป็นมนุษย์ ต้องปฏิบัติต่อกันเฉกเช่นมนุษย์พึงปฏิบัติต่อมนุษย์ที่มีใจสูงด้วยกัน และ 4.รุ่นพี่ต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับรุ่นน้อง ทั้งบุคลิกภาพ การวางตัว การแต่งกาย การเล่าเรียน คุณธรรมจริยธรรม ฯลฯ

เด็กหญิงลูกครึ่ง10ขวบร้องผู้ว่าสุราษฎร์ฯถูกพ่อเลี้ยงไทยลวนลาม

วันนี้(16 พ.ค.55) นางจิตติญาดา ( สงวนนามสกุล) ภูมิลำเนา ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย เด็กหญิงจูเนียร์(นามสมมุติ) อายุ 10 ขวบ ได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าพบ นายวินชัย อุยางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ กรณีเด็กหญิงจูเนียร์ ซึ่งเป็นหลานสาว ลูกครึ่งไทย – อังกฤษ มีอาการซึมเศร้า และไม่อยากอาศัยอยู่กับมารดา ซึ่งปัจจุบันไปมีสามีใหม่ชาวไทยและยึดอาชีพค้าขายอยู่ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในขณะที่พ่อแท้ๆ ชาวอังกฤษ ทราบชื่อนายแอนดี้ เดินทางกลับประเทศตั้งแต่เด็กหญิงจูเนียร์ อยู่ในครรภ์มารดาได้ 4 เดือน และไม่ได้ติดต่อกลับมาอีกเลย
นางจิตติญาดา ซึ่งเป็นน้าของเด็กหญิงจูเนียร์ เล่าว่า ตนเองและแม่ ซึ่งเป็นยายของน้องจูเนียร์ ได้เลี้ยงดูเด็กคนนี้มาตั้งแต่แรกเกิด ในขณะที่แม่ของเด็กเลิกรากับสามีชาวอังกฤษ และไปมีสามีใหม่ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนกระทั่งเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา แม่น้องจูเนียร์พร้อมพ่อเลี้ยงได้เดินทางมารับตัวน้องจูเนียร์ เพื่อนำไปเลี้ยงดูที่ จ.ปัตตานี และได้กลับมาเยี่ยมบ้านที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อไม่กี่วัน

แผนพังการเดินรถแบบ ONE WAY ในเขตเทศบาลเมือง

แผนพังการเดินรถแบบ ONE WAY ในเขตเทศบาลเมือง เริ่มเปิดใช้วันที่ 2 มิถุนายน 2555

  แผนพังการเดินรถแบบ ONE WAY ในเขตเทศบาลเมือง เริ่มเปิดใช้วันที่ 2 มิถุนายน 2555

  แผนพังการเดินรถแบบ ONE WAY ในเขตเทศบาลเมือง เริ่มเปิดใช้วันที่ 2 มิถุนายน 2555

ที่มา:http://www.suratnews.com/news/view.php?article_id=5520


Hit Counter provided by best seo company